px

เรื่อง : ระบบเจ้าสำนัก
ตอนที่ 10 : เริ่มสอน


ตอนที่ 10 : เริ่มสอน

การบ่มเพาะของจางหยูทะลวงถึงฉีซวนขั้น 6 ในใจของเขาย่อมรู้สึกดีเป็นธรรมดา เขาไม่กลัวอู่เฉินเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว เช่นนั้นเขาจึงพูดคุยกับอีกฝ่ายด้วยท่าทีสบายๆ “ไม่ต้องตกใจไปหรอก! ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในสำนักคังเฉียน ไม่ช้าก็เร็ว เจ้าจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งเหมือนกันกับข้า! ต่อให้พวกเจ้าไม่มีพรสวรรค์อะไรมากมาย แต่ด้วยวิธีของข้า พวกเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้น หลังจากนี้เดี๋ยวพวกเจ้าก็จะรู้เอง” เขาอธิบายให้พ่อลูกตระกูลอู่ทั้งสามฟัง 

 

มันไม่ใช่เรื่องโกหก พลังของเขาในตอนนี้แข็งแกร่งกว่านักสู้ฉีซวนขั้นที่ 9 และด้อยกว่านักสู้ขอบเขตว่อซวนเพียงเล็กน้อย เพื่อศิษย์ของสำนักคังเฉียงในอนาคต เขาจะต้องก้าวไปถึงระดับนั้นให้ได้ แม้ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม

 

แต่เห็นได้ชัดว่าอู่เฉินนั้นเข้าใจเจตนารมณ์ของเขาผิดไป ตลอดมาเขาเข้าใจว่าจางหยูอยู่ในขอบเขตว่อซวน ดังนั้นจึงเข้าใจความหมายที่จางหยูพูดเป็น จะนำพาพวกเขาทะลวงขอบเขตว่อซวนหรือขอบเขตที่สูงกว่านั้น!

 

“นี่มัน....” อยู่ๆลมหายใจของอู่เฉินก็หนักหน่วงขึ้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง

 

เขาติดอยู่ที่ฉีซวนขั้น 9 สูงสุด มานานกว่า 10 ปีแล้ว ดังนั้นเขาจึงฝันมาตลอดว่าอยากจะทะลวงขอบเขตว่อซวนให้ได้ แต่ทว่าพรสวรรค์ทางกายภาพของเขานั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หากไม่ใช่ว่าในสมัยหนุ่มๆตัวเขาได้ออกไปท่องโลกกว้าง บางทีเขาอาจจะก้าวมาไม่ถึงขอบเขตฉีซวนขั้น 9 เลยด้วยซ้ำ เมื่อเป็นแบบนี้ เขาจึงคิดแค่ว่าขอแค่ทะลวงขอบเขตว่อซวนไปได้ ก็ถือว่าเกิดมาคุ้มแล้ว แต่ความเป็นจริงก็ตีแสกหน้า เขาแทบไม่มีหวังที่จะทะลวงไปยังระดับนั้นได้

 

แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของจางหยู  ไม่รู้ทำไม หัวใจที่เงียบสงบมาหลายปี ก็เริ่มเต้นรัวขึ้นมา

 

“บางที....เขาอาจจะมีทาง” อู่เฉินคิดในใจอย่างเงียบๆ

 

ถ้าหากสามารถทะลวงไปยังขอบเขตว่อซวนได้ แม้ว่าจะต้องเป็นศิษย์ไปชั่วชีวิต เขาก็ยินดี

 

อู่โม่และอู่ซินซินก็ตื่นเต้นไปด้วย พวกเขาไม่รู้ว่าจางหยูแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ที่แน่ใจก็คือ จางหยูนั้นแข็งแกร่งกว่าบิดาของพวกเขา  ต้องรู้ว่าบิดาของพวกเขาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองแห่งนี้ และถ้าหากมีคนที่แข็งแกร่งกว่าบิดาเขา คนคนนั้นจะต้องร้ายกาจมากเพียงใด?

 

เมื่อได้ยินว่าในอนาคตตัวเองก็กลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่ง ในใจของพวกเขาย่อมยินดีปรีดาเป็นอย่างมาก

 

จางหยูมองไปยังพ่อลูกตระกูลอู่ที่ตื่นเต้นประหนึ่งฉีดเลือดไก่ด้วยความพอใจ จากนั้นเขาก็โบกมือแล้วพูดว่า “ไปที่ห้องเรียนกันเถอะ”

 

“รอเดี๋ยวก่อน” ทันใดนั้นอู่เฉินก็นึกอะไรบางอย่างออก เขารีบยกกล่องสองใบขึ้นมาถือ แล้วนำไปวางไว้ตรงหน้าของจางหยูอย่างระมัดระวัง “เจ้าสำนัก นี่คือหม้อปรุงยาและสมุนไพรที่ท่านสั่งให้ข้าหาซื้อมาให้ “

 

หม้อปรุงยานั้นเป็นสีทองดำที่มีลวดลายสีม่วง ส่วนสมุนไพรก็เป็นวัตถุดิบที่สดใหม่และสมบูรณ์ที่ซื้อมาจากพวกนักผจญภัย นอกจากนี้ปริมาณของสมุนไพรก็มากกว่าที่จางหยูได้เขียนไว้ถึงสองเท่า เมื่อสองสิ่งนี้รวมกัน ราคาของมันก็พุ่งไปถึง 120,000 เหรียญ แต่อู่เฉินก็ไม่กล่าวออกมา เห็นได้ชัดแล้วว่าเขาต้องการเอาใจจางหยู

 

“เร็วขนาดนี้เลยรึ ?”  จางหยูรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “เจ้าถือมันไปที่ห้องเรียนด้วยแล้วกัน”

....

ในสำนักคังเฉียงนั้นมีห้องเรียนหลายห้องมาก แม้ว่าจะถูกทิ้งร้างมาหลายปี แต่สภาพมันก็ยังดีอยู่ ไม่มีร่องรอยของความเสียหายหรือทรุดโทรมเลย แม้แต่โต๊ะและเก้าอี้ก็ยังถูกเก็บเอาไว้อย่างดี

 

ในห้องเรียนอันกว้างขวาง นอกจากจางหยูที่ยืนอยู่บนเวทีแล้ว ก็มีพ่อลูกตระกูลอู่สามคนที่นั่งอยู่แถวหน้า

 

“ก่อนจะเริ่มเรียน ข้าขอพูดถึงกฎของสำนักคังเฉียงก่อน สำนักอื่นจะเป็นอย่างไรข้าไม่รู้ แต่ที่สำนักคังเฉียงแห่งนี้ เนื้อหาที่พวกเจ้าเรียนที่นี่ ห้ามถูกเผยแพร่ไปสู่คนนอกโดยเด็ดขาด” จางหยูมองไปที่อู่เฉิน อู่โม่และอู่ซินซิน ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “หากใครฝ่าฝืนกฎข้อนี้ ข้าจะทำลายการบ่มเพาะและไล่ออกจากสำนัก....” ตรงประโยคสุดท้าย ดวงตาของจางหยูนั้นทอประกายแหลมคม ขณะที่ใบหน้าก็เย็นชาขึ้นมา

 

หลังจากที่พูดถึงกฎแล้ว จางหยูก็เริ่มทำการสอนทันที

 

บทเรียนแรกคือ ‘ทักษะจี๋อู่’ ฉบับผิดพลาด และวิธีบ่มเพาะในขั้นแรก

 

ทักษะจี๋อู่ฉบับผิดพลาดนี้ คือสิ่งที่จางหยูเตรียมไว้ให้กับศิษย์ของสำนักคังเฉียง สำหรับในขั้นแรกนั้น มีจุดผิดพลาดอยู่ 3 จุด  ซึ่งประสิทธิภาพของมันเทียบเท่ากับ 1/10 ของทักษะจี๋อู่ฉบับสมบูรณ์ แต่ถึงอย่างนั้น ผลลัพธ์ในการบ่มเพาะก็ยังน่ากลัวอยู่ดี ต่อให้คนที่ไม่มีพรสวรรค์ทางกายภาพมาฝึก ก็ยังสามารถทะลวงขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 1 สูงสุด ภายในสามวันได้ แต่อู่โม่กับอู่ซินซินเป็นอัจฉริยะ เพียงแค่วันเดียวก็สามารถทะลวงขอบเขตฉีซวนขั้น 1 สูงสุดแล้ว

 

ตรงจุดนี้ต้องขอบคุณทักษะจำนวนมากในหอตำรา ที่ทำให้เขาสามารถแก้ไขทักษะนี้ได้ ที่จางหยูสามารถพัฒนาทักษะจี๋อู่จากขั้น 1 มาจนถึงขั้น 6 ได้ ก็เป็นเพราะพวกมันล้วนๆ บวกกับความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ทำให้เขาสามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดที่ฟังเข้าใจง่าย และยังทำให้เขาเข้าใจทักษะนี้มากยิ่งขึ้น

 

พ่อลูกตระกูลอู่ที่นั่งฟังอยู่ด้านล่างพลันรู้สึกทึ่งอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะอู่เฉิน ตัวตนของจางหยูในใจของเขานั้นยิ่งดูลึกลับมากขึ้น  “มีเพียงคนที่ศึกษาทักษะนั่นๆมานับพันนับหมื่นครั้งเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง เขาทำได้ยังไง?”

....

เมื่อใกล้ถึงช่วงเที่ยง ในที่สุดจางหยูก็สอน ‘ทักษะจี๋อู่’ ขั้นแรกเสร็จ มันเป็นการอธิบายที่ละเอียดมาก  แทบจะหารอยรั่วไม่เจอ ต่อให้เป็นคนที่เพิ่งบ่มเพาะพลัง ก็ยังสามารถเข้ามันได้ ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงพ่อลูกตระกูลอู่หรอก

 

อู่เฉินราวกับยังไม่เต็มอิ่ม เขาถามขึ้นมาด้วยความคาดหวังว่า “ เจ้าสำนัก ท่านจะพูดขั้นที่สองของ ‘ทักษะจี๋อู่’ ตอนไหน?”

 

หลังจากฟังคำอธิบายเกี่ยวกับ ‘ทักษะจี๋อู่’ เสร็จ อู่เฉินก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือทักษะที่ทรงพลังมาก มากกว่าทักษะ ‘เมฆาล่องลอย’ ที่เขาฝึกหลายร้อยเท่า! เขาคาดหวังว่า หากเขาได้เรียนรู้‘ทักษะจี๋อู่’ถึงขั้น 10 เขาอาจจะทะลวงคอขวดที่ติดมาหลายปี และกลายเป็นนักสู้ขอบเขตว่อซวนได้!

 

หัวใจของอู่เฉิน ราวกับถูกจุดประกายขึ้นมา

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าโชคดีจริงๆที่ได้เป็นศิษย์ของสำนักคังเฉียง !

 

อู่เฉินมองไปที่อู่ซินซิน ซึ่งใบหน้าของนางก็แสดงความคาดหวังออกมาเช่นกัน “ซินซินเป็นดาวนำโชคของพวกเราจริงๆ นางได้มอบโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ให้กับตระกูลอู่ของพวกเรา! บุตรสาวที่น่ารักของข้าช่างมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลจริงๆ!” ดูเหมือนเขาจะลืมไปว่าเมื่อสองวันก่อนนั้นตัวเองได้สอนอะไรให้เด็กโง่คนนี้ไปบ้าง

 

“โลภมากเคี้ยวไม่เละ รอจนเจ้าจำ ‘ทักษะจี๋อู่’ ขั้นแรกให้ถ่องแท้ซะก่อน แล้วข้าจะสอนขั้นที่ 2 ให้” จางหยูมองไปที่อู่เฉินด้วยสีหน้าสงบนิ่งไม่ต่างจากเดิม

 

แต่ก็แอบบ่นในใจว่า “เจ้าคิดว่าข้าไม่อยากจะสอนต่อรึไง? แต่‘ทักษะจี๋อู่’ มีทั้งหมดแค่ 6 ขั้น เขาต้องกักตุนสินค้า ไม่สามารถมอบให้พวกเจ้าทั้งหมดได้...”

 

ถ้าพูดหนึ่งวันต่อหนึ่งขั้น ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ สินค้าของเขาก็หมดไปแล้ว เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะเอาอะไรไปสอน?

 

เมื่อรู้สึกได้ถึงความกดดันจากเรื่องนี้ จางหยูก็รู้สึกว่ามีเรื่องด่วนที่ต้องทำ “ข้าต้องหาทางเอาทักษะระดับธรรมดาขั้นสูงมาในเวลาอันสั้น แน่นอนว่าหากเป็นทักษะระดับวิญญาณได้ยิ่งดี” หากทักษะหลังขั้นที่ 6 ขึ้นไปไม่มี ไม่ว่าจะบ่มเพาะทักษะจี๋อู่ได้เร็วแค่ไหน มันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี ที่สำคัญคงยากที่จะหาเรื่องอื่นมาดึงดูดความสนใจอัจฉริยะอย่างอู่เฉิน อู่โม่และอู่ซินซินได้

 

แล้วทักษะระดับสูงมันอยู่ที่ไหนกันล่ะ?

 

แน่นอนว่ามันอยู่ที่สำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานนะสิ!

 

ไม่ต้องถามเลยว่า จางหยูคิดจะทำอะไรกับสำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซาน

 

“แต่....” ตอนนั้นเอง อู่เฉินก็พูดแทรกขึ้นมา เขาอยากจะบอกว่าตัวเองเข้าใจขั้นแรกของทักษะจี๋อู่ทั้งหมดแล้ว เพราะว่าจางหยู อธิบายอย่างละเอียดมาก หากยังฟังไม่เข้าใจ ก็นับว่าสมองหมูเกินไปแล้ว  

 

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เส้นทางการบ่มเพาะ ลึกซึ้งกว้างไกล และยังลึกล้ำดุจมหาสมุทร แม้แต่ข้าก็ยังไม่กล้าพูดเลยว่าตัวเองเข้าใจ‘ทักษะจี๋อู่’ ขั้นแรกอย่างลึกซึ้ง หรือเจ้าคิดว่าเจ้าเข้าใจได้ดีกว่าข้ารึไง ?” จางหยูถลึงตาใส่

 

เมื่อถูกจางหยูถลึงตาใส่แบบนี้ อู่เฉินต้องรีบยิ้มออกมา และสลัดความคิดที่มีก่อนหน้านี้ไป “ แน่นอนว่าไม่”

 

เมื่ออู่เฉินยอมถอย จางหยูก็แอบโล่งใจขึ้นมา แต่ทว่าก็ยังรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ดี และความรู้สึกนี้ก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ

 

แม้ว่าตอนนี้จะทำให้อู่เฉินยอมปล่อยผ่านไป แต่ทว่าพอผ่านไปอีกสักพัก ชายคนนี้จะต้องสงสัยขึ้นมาแน่ๆ

รีวิวผู้อ่าน

wut
595 วันที่แล้ว

ต่อๆๆๆไ


  แสดงความคิดเห็น