px

เรื่อง : นายน้อยเจ้าสำราญ : คนบ้าแห่งต้าเฉิน (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี 3 วัน 1 ตอน
ตอนที่ 1 สามเดือนสาม


ตอนที่ 1 สามเดือนสาม

 

“คูเมืองเก้าโค้งสามเดือนสาม ต้นหลิวยาวสยาย

 

ฝุ่นหอมโหมทะยานดั่งม้ารมไปทั่วถนนสีทอง ชะล้างเศษผ้าของฤดูไม้ผลิ

 

หน่อไม้ขมปลาตะลุมพุกรสชาติบ้านเกิดที่เลิศรส ฝันของเจียงหนาน

 

หมอกบนผืนน้ำ ลมยามเย็นที่สงบนิ่ง ณ ประตูตะวันตก ปลดใบเรือแล่นกลับไป”

 

เมฆเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำ จรดพู่กันราวกับหมอกควัน บทกวีฝันของเจียงหนานถูกจรดลงบนกระดาษ กลิ่นน้ำหมึกที่น่าวิงเวียนศีรษะอบอวลไปทั่วทั้งห้อง สีเข้มสีอ่อนแห้งกร้านเปียกชื้นตวัดตัดขาดและเชื่อมต่อกันไปมา ความหนาบางที่ปกปิดและเปิดเผยเกิดเป็นทิวทัศน์ที่ตระการตา !

 

ยามที่มองไปยังภาพอักขระผืนนี้ ก็พลันมีรอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าของสวีเสี่ยวเสียน

 

เขาวางพู่กันในมือลง จากนั้นก็เดินไปหยุดอยู่หน้ากำแพง บนกำแพงนั้นมีกระจกแขวนอยู่ ซึ่งกระจกบานนั้นได้สะท้อนภาพใบหน้าที่ค่อนข้างอ่อนเยาว์และซูบผอม

 

บนใบหน้ามีดวงตาสีทะมึนราวกับน้ำลึก

 

นัยน์ตาดำสนิทเป็นประกาย ! หากจ้องมองอย่างตั้งใจ ก็ดูเหมือนจะมีความลึกลับและยิ่งใหญ่แฝงอยู่

 

สวีเสี่ยวเสียนสูดลมหายใจเข้าลึกพลางยื่นมือออกไปลูบคลำกระจกใบนี้ จากนั้นก็เอ่ยพึมพำออกมาด้วยความขบขัน “สวัสดี สวีเสี่ยวเสียน ! ”

 

ริมฝีปากของคนในกระจกยกยิ้มขึ้นมาเช่นกัน ริมฝีปากเผยอออก ราวกับกำลังสนทนากับเขาอยู่ “สวัสดี สวีเสี่ยวเสียน ! ”

 

เขายักไหล่บางเล็กน้อย จากนั้นก็เลิกคิ้วเรียวยาวคู่นั้นขึ้น “ดีกับผีสิ ! ”

 

เขาถอนหายใจออกมา จากนั้นก็เดินกลับไปยังโต๊ะหนังสืออีกครา เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องนภาที่สว่างสดใสนอกบานหน้าต่าง เมื่อวานฝนเทลงมาทั้งคืน ดอกตูมสีเหลืองบนต้นหลิวตรงลานบ้านได้ผลิบานออกมาแล้ว วัชพืชสีเขียวขจีจำนวนมากผุดขึ้นมาบนหินจำลอง ทันใดนั้นเขาก็เพิ่งจะค้นพบว่า...ฤดูใบไม้ผลิได้มาเยือนแล้ว

 

วันที่สามเดือนสาม เขามายังโลกใบนี้ได้สามเดือนกับอีกสามวันแล้ว

 

เขาเดินออกไปที่ลานบ้าน จากนั้นก็นั่งลงในศาลาพลางมองสำรวจเรือนหลังนี้อีกครา

 

เรือนหลังนี้ถือว่ามิเลว ทว่าในฐานะเจ้าของเรือนนี้แต่เพียงผู้เดียว เขากลับได้อยู่อาศัยในเรือนด้านข้าง !

 

เมื่อสิบสี่ปีที่แล้วบิดาของเขาได้สิ้นใจที่เขตช่างหยางในราชวงศ์เหลียวเฉิน บิดาส่งเขาที่เป็นเด็กกำพร้ามายังสถานที่แห่งนี้ ที่นี่คือ...

 

ราชวงศ์ต้าเฉิน

 

เป่ยเหลียง

 

รัฐเหลียง

 

เขตเหลียงอี้ !

 

หรือเรียกกันง่าย ๆ ว่าเหลียงเหลียง

 

ตัวเขามีนามว่าสวีเสี่ยวเสียน ฝานจือ...แต่เดิมยามที่บิดาตั้งชื่อให้ แท้จริงแล้วบิดาหวังให้เขาสุขสบายหรือวุ่นวายกันแน่ หรือว่าตอนนั้นเกิดความขัดแย้งอย่างหนักภายในจิตใจของคนผู้นั้นกัน

 

เขามีนามว่าเสียน ถูกส่งมายังเขตแดนทางเหนือของราชวงศ์เฉิน บิดาคงวาดหวังให้เขาอยู่อย่างสุขสบาย

 

ประจวบเหมาะกับที่ชาสมุนไพรต้มเสร็จพอดี ก็มีสตรีนางหนึ่งสวมชุดกระโปรงสีเขียววิ่งเข้ามาทางประตูพระจันทร์เสี้ยวด้วยท่าทีลนลาน นางเดินเข้ามาตามระเบียงทางเดิน ชุดของนางพลิ้วไหวราวกับผีเสื้อที่โบยบินไปมา... พรุ่งนี้คงต้องให้นางเปลี่ยนไปใส่ชุดสีเหลืองเสียแล้ว

 

นางมีนามว่าจือรุ่ย เป็นน้องสาวที่บิดารับเลี้ยง นางเติบใหญ่มาพร้อมกันกับเขา บัดนี้นางกลายมาเป็นสาวใช้ของเขาแล้ว หลายปีมานี้หากมิใช่เพราะมีจือรุ่ยคอยปรนนิบัติ เกรงว่าเจ้าของร่างนี้คงตกตายไปนานแล้ว หากเป็นเช่นนั้นก็มิทราบเช่นกันว่าผู้ใดจะได้ข้ามกาลเวลามาในขณะนั้น แต่คาดว่าคงมามิถึงตนเป็นแน่

 

“คุณชาย คุณชายเจ้าคะ...”

 

จือรุ่ยวิ่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของสวีเสี่ยวเสียนด้วยท่าทีตื่นตระหนก หน้าอกสั่นกระเพื่อม นางกลืนน้ำลายเข้าไปอึกใหญ่ ยังมิทันได้เอ่ยอันใด คุณชายก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

น้ำเสียงของคุณชายนั้นราบเรียบเป็นอย่างยิ่ง มิเหมือนกับในอดีตโดยสิ้นเชิง เพราะน้ำเสียงที่ราบเรียบนั้น ทำให้นางรู้สึกไร้หนทางจะต่อต้าน จะอธิบายความรู้สึกนี้เยี่ยงไรดี ?

 

จือรุ่ยรู้สึกว่าน้ำเสียงนี้ราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ราวกับเสียงธรรมชาติที่สงบและมั่นคงอย่างเห็นได้ชัด

 

“นั่ง ! ”

 

คุณชายเอ่ยขึ้นมาเพียงหนึ่งคำ

 

จือรุ่ยยอมนั่งลงฝั่งตรงข้ามของคุณชายแต่โดยดี นางเหลือบตามองคุณชายที่นางคอยปรนนิบัติรับใช้มาตลอดยี่สิบปี พลันเกิดความรู้สึกมิคุ้นชินขึ้นมา

 

เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย สามเดือนที่ผ่านมา คุณชายที่นั่งอยู่เบื้องหน้ากับคุณชายที่นางคุ้นเคย มิเหมือนกันเลยสักนิด

 

คุณชายในอดีตเอาแต่ร่ำเรียนและขี้ขลาดมากยิ่งนัก เขามิมีทางมานั่งดื่มชาอยู่ในศาลาโล่ง ๆ นี้เป็นแน่ เมื่อเห็นตนปรี่เข้ามาด้วยท่าทีกระวีกระวาด เขาก็จะหวาดกลัวจนหน้าเปลี่ยนสี เพราะเขามักจะคิดว่าพ่อบ้านจางมาหาเรื่องเขาอีกเป็นแน่

 

ทว่าหลังจากที่คุณชายหายป่วยก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เขาอ่านตำราน้อยลง ทว่าหันไปคัดลายมือมากขึ้น ซึ่งอักขระเหล่านั้นสวยยิ่งกว่าในอดีตเสียอีก

 

และเขาก็มักจะมานั่งอยู่ในศาลาแห่งนี้ เขาจะต้มชาหนึ่งกาและเด็ดดอกหญ้าในลานบ้านด้วยตนเอง เขาเอ่ยว่านี่คือชาสมุนไพร หลังจากนั้นก็จะนั่งดื่มชาอยู่เงียบ ๆ พลางทอดมองดอกเหมยบานและเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างเงียบงัน

 

ดวงตามืดมนคู่นั้น บัดนี้เปล่งประกายระยับ ดวงตาสีดำขลับของคุณชายราวกับมีมนต์ขลัง เมื่อใดที่ตนได้สบตากับเขา ตนก็มักจะเบนสายตาออกไปโดยที่มิรู้ตัว

 

มิใช่เพราะหวาดกลัว ทว่าจือรุ่ยมักจะรู้สึกว่าในแววตาของคุณชายมีความเศร้าโศกที่ยากจะอธิบายได้อยู่ เป็นความเศร้าที่เลือนราง ราวกับเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่มีหมอกหนาคอยบดบัง จนมองมิเห็นภูเขาฉวี

 

ราวกับมีบางอย่างแฝงอยู่ในดวงตาคู่นั้น ราวกับดวงตาคู่นั้นสามารถอ่านความคิดที่อยู่ในก้นบึ้งจิตใจของผู้อื่นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

 

“ใช่ ! เจ้าไปเรียกพ่อบ้านจางมาพบข้าสักหน่อย”

 

จือรุ่ยยังมิทันได้เอ่ยอันใด สวีเสี่ยวเสียนก็ชิงเอ่ยออกมาก่อน เขายังคงมีท่าทีเรียบเฉยดั่งแสงสุริยายามฤดูใบไม้ผลิที่อบอุ่น ทว่าราวกับมีเสียงฟ้าร้องในฤดูใบไม้ผลิดังขึ้นที่ข้างหูของจือรุ่ย ทำให้นางตกตะลึงอย่างมิรู้สึกตัวอยู่ชั่วขณะ

 

คุณชายเอ่ยว่าให้เรียกพ่อบ้านจางมาพบ !

 

ในอดีตคุณชายมักจะไปพบพ่อบ้านจางที่เรือนหลักด้วยท่าทีหวาดผวา

 

เป็นไปได้หรือไม่ว่าข้าจะฟังผิดไป ?

 

จือรุ่ยกำอาภรณ์ของตนเองเอาไว้แน่น ปากบางขยับเล็กน้อย จากนั้นก็เอ่ยถามอย่างแผ่วเบาว่า

 

“...คุณชายเอ่ยว่าเยี่ยงไรนะเจ้าคะ ? ”

 

“ข้าเอ่ยว่าไปเรียกพ่อบ้านจางมาพบข้า ! ”

 

“ไอหยา...” จือรุ่ยรู้สึกมึนงงอยู่หลายอึดใจ พอได้สติแล้วจึงรีบลุกขึ้นยืนทันใด มือที่กำชายกระโปรงเอาไว้แน่นราวกับลืมคลายออก จากนั้นนางก็เดินตรงไปยังประตูพระจันทร์เสี้ยว

 

วันที่หนึ่ง เดือนหนึ่ง คุณชายป่วยหนักอาการสาหัส พ่อบ้านจางเฝ้าภาวนาให้คุณชายตกตายไปเสีย หากคุณชายสิ้นใจแล้ว ทุกอย่างในเรือนหลังนี้เกรงว่าจะตกเป็นของพ่อบ้านจางทั้งสิ้น

 

แท้จริงแล้วต่อให้คุณชายยังมิสิ้นใจ จวนที่ใหญ่โตหลังนี้ก็ถูกควบคุมโดยพ่อบ้านจางอยู่แล้ว

 

ก่อนหน้าที่นายท่านจะสิ้นใจ เขาได้มอบเงินก้อนโตไว้ให้คุณชายถึง 5,000 ตำลึง หากจัดการได้อย่างเหมาะสมก็สามารถมีอาหารและเสื้อผ้าให้คุณชายได้อยู่อย่างสุขสบายไปชั่วชีวิต

 

ทว่าเงินเหล่านั้นกลับอยู่ในการครอบครองของพ่อบ้านจาง คุณชายมิมีแม้แต่กระเป๋าเงินพกติดตัวเลยด้วยซ้ำ

 

พ่อบ้านจางใช้เงินของคุณชายเลี้ยงบ่าว 10 คนในเรือน ยามออกไปข้างนอกก็จะนั่งรถม้าที่หรูหราออกไป ทว่าเมื่อคุณชายออกไปข้างนอกจะมีเพียงรถม้าเก่า ๆ สภาพผุพังเท่านั้น

 

บ่าวชั่วรังแกนาย เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองว่าคุณชายนั้นสุดแสนจะอ่อนแอ บัดนี้กลายเป็นเรื่องตลกขบขันของเมืองเหลียงอี้ไปแล้ว

 

นี่คือสิ่งที่จือรุ่ยเดือดดาลและยอมมิได้ !

 

ทั้งหมดควรจะตกเป็นของคุณชาย ทว่ากลับถูกบ่าวชั่วครอบครอง เพียงเพราะคุณชายเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญาของเมืองเหลียงอี้ !

 

นางขบเม้มริมฝีปาก กู่ร้องถึงความมิเป็นธรรมเพื่อคุณชายอยู่ภายในใจอีกครา นางลอบคิดอยู่ในใจว่าเมื่อใดกันที่คุณชายจะมีท่าทีให้สมกับที่คุณชายพึงจะมี ?

 

สวีเสี่ยวเสียนนั่งดื่มชาอยู่ในศาลา คิ้วเรียวสวยคู่นั้นขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาค่อนข้างสับสนกับชีวิตในตอนนี้

 

ในสามเดือนนี้ เขาเข้าใจถึงสถานการณ์ของโลกนี้โดยประมาณแล้ว ต้าเฉินก่อตั้งประเทศมา 60 ปีแล้ว นักรบมีจำนวนมาก ทว่านักวรรณกรรมและขุนนางกำลังซบเซา ปัจจุบันจักรพรรดิไท่เสวียนให้ความสำคัญกับวรรณกรรมเป็นอย่างมาก จึงทำให้สถานภาพของนักวรรณกรรมสูงส่งเป็นอย่างมาก แม้ตนจะมิมีผู้ใดคอยแนะนำ ทว่าก็มีสถานะเป็นซิ่วไฉ

 

เอ่ยตามความเป็นจริง มิว่าเยี่ยงไรพ่อบ้านผู้นี้ก็มิมีทางใจกล้าวางอำนาจบาตรใหญ่คร่อมหัวผู้เป็นนายได้ ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าของร่างเดิมก็สูงส่งอย่างเห็นได้ชัด อย่าเอ่ยถึงเจี่ยหยวน1เลย เพระคาดมิถึงว่าจะมิมีชื่อของเขา !

 

เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีบางอย่างอยู่เบื้องหลัง และเรื่องนี้ก็ยังซับซ้อนมากอีกด้วย

 

บัดนี้ตนได้ครอบครองร่างนี้แล้ว เยี่ยงนั้นก็ต้องจัดการเรื่องที่อยู่เบื้องหลังนี้ให้กระจ่าง มิเช่นนั้นตนที่เป็นผู้ทะลุมิติมาอาจจะถูกลอบสังหารจนตายได้ !

 

ดังนั้นก้าวแรกนี้จำต้องชิงอำนาจในจวนกลับมาให้ได้เสียก่อน ต้องหาเหตุผลที่พ่อบ้านจางกล้ากำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้ให้ได้

 

เขามองดูร่างที่บอบบางของตนเองพลางครุ่นคิดขึ้นมาว่า ร่างของบ่าวชั่วผู้นั้นทั้งกำยำทั้งไร้เหตุผล... ด้วยร่างที่ผอมบางของตนในตอนนี้หากจะลงมือ ตนต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบเป็นแน่

 

เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง จากนั้นก็ดึงกระเป๋าปีนภูเขาใบโตออกมาจากใต้เตียง นิยายทะลุมิติในโลกปัจจุบัน...การทะลุมิติมาก็มักจะมีสิ่งของบางอย่างติดตัวมาด้วยเสมอ

 

เขาค้นหาสิ่งของในกระเป๋าใบนั้น ในมือมีกระบองสั้นสีดำติดมือมาด้วย

 

เขาสอดกระบองเล็กไว้ที่เอว จากนั้นสวีเสี่ยวเสียนก็แสร้งดื่มชาอย่างมีความสุขต่อไป

 

เขาเริ่มคุ้นชินกับวันเวลาเช่นนี้อย่างช้า ๆ อีกทั้งยังหลงใหลมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย

 

มิมีโทรศัพท์ มิมีโทรทัศน์และมิมีกิจกรรมสนุกสนานใด ๆ ทั้งสิ้น มิจำเป็นต้องประจบสอพลอเพื่อหน้าที่การงาน มิจำเป็นต้องฝืนยิ้มเพื่อคบค้าสมาคมกับผู้ใด ยามราตรีก็ล้มตัวลงนอนอย่างรวดเร็ว ยามเช้าก็ตื่นแต่เช้าตรู่วนเวียนเป็นวัฏจักรอยู่อย่างนี้

 

วันเวลาเป็นไปอย่างน่าเบื่อ จังหวะชีวิตก็ช้าเป็นอย่างมาก ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการนำอำนาจในการควบคุมจวนสวีกลับมาสู่มือของตน เรียกเงินที่บิดาทิ้งไว้ให้กลับมา จากนั้นก็นำไปซื้อที่ดิน และเรียนรู้จากฟู่เสี่ยวกวนเพื่อเป็นนายน้อยเจ้าสำราญ

 

ชาติที่แล้วเขาเป็นเด็กกำพร้า สิ่งเดียวที่เขาคิดถึงก็คือภรรยาที่เพิ่งแต่งงาน เฮ้อ...เพื่อนบ้านแซ่หวัง หาเพื่อนบ้านดี ๆ มิได้เลย

 

คาดมิถึงว่าเมื่อมายังโลกใบนี้ก็ยังเป็นเด็กกำพร้าอีก หรือว่าข้าจะดวงผูกกับการเป็นเด็กกำพร้ากัน ?

 

เขายิ้มอย่างโง่เขลา เมื่อเหลือบสายตาขึ้นมาก็เห็นว่าจือรุ่ยเดินนำพ่อบ้านจางมาด้วยท่าทีประหม่า

 

พ่อบ้านจางเกิดความอึดอัดขึ้นมาในใจ วันนี้เกิดอันใดกับเจ้าโง่นี่กัน คาดมิถึงว่าเขาจะให้สาวใช้มาตามตน ดูเหมือนว่าจะต้องเพิ่มสีให้เขาดูสักหน่อยแล้ว

 

จือรุ่ยยืนมองอย่างหวาดกลัวอยู่อีกด้าน มือเล็กกำกระโปรงเอาไว้แน่นอย่างมิรู้ตัว

 

สายตาของนางจ้องมองไปยังร่างของพ่อบ้านจางและคุณชายอย่างจดจ่อ จากนั้นก็อดที่จะกังวลใจขึ้นมามิได้

 

รูปร่างของพ่อบ้านจางนั้นอ้วนท้วนราวกับหมี เห็นได้ชัดว่าคุณชายตัวบางกว่ามากเมื่อเทียบกับเขา... จือรุ่ยเม้มริมปาก ครุ่นคิดในใจว่าหากพ่อบ้านจางกล้าเสิบสานใส่คุณชาย นางจะปรี่เข้าไปกัดเขาสักคราให้จงได้ !

 

ไม่ ! จำต้องลงมือหลาย ๆ ครา

 

พ่อบ้านจางยืนอยู่เบื้องหน้าของสวีเสี่ยวเสียน สองมือไขว้หลังเสมือนกิ้งก่าได้ทอง เขามองสวีเสี่ยวเสียนที่วางจอกชาลง ทันใดนั้นสวีเสี่ยวเสียนก็ชำเลืองมองมาทางเขาแล้วเอ่ยออกมาสองคำ

 

ซึ่งสองคำนั้นก็คือ “คุกเข่า ! ”

 

 

1เจี่ยหยวน คือ ผู้ที่สอบได้อันดับที่หนึ่งหรืออันดับสูงสุดในการสอบระดับมณฑล

รีวิวผู้อ่าน


0 ชั่วโมง 1 นาที ที่แล้ว

Reading the writers other posts after this one suggests the quality is consistent rather than peak, and a stop at thatchvista confirmed the consistent quality reading, sites that hold the same level across many pieces rather than peaking on a few are sites with sustainable editorial discipline and this one has clearly developed that.


  แสดงความคิดเห็น

0 ชั่วโมง 7 นาที ที่แล้ว

Found a small mental shift after reading this, the framing here is just a bit different from the standard takes online, and a look at singersorbet extended that fresh perspective across more material, the rare site whose voice actually changes how you think about something rather than just confirming existing beliefs.


  แสดงความคิดเห็น

0 ชั่วโมง 7 นาที ที่แล้ว

Top quality material, deserves more attention than it probably gets, and a look at garnetharbormerchantgallery reflected the same effort across the site, a hidden gem in the modern web where most attention goes to whoever shouts loudest rather than whoever actually delivers the best content for their readers without much marketing fanfare.


  แสดงความคิดเห็น

0 ชั่วโมง 10 นาที ที่แล้ว

If the topic interests you at all this is a place to spend time, and a look at jiutou reinforced that recommendation, the broader question of where to invest topical reading time is one this site answers convincingly through the consistent quality across multiple pieces I have sampled during the current reading session today.


  แสดงความคิดเห็น

0 ชั่วโมง 13 นาที ที่แล้ว

Now feeling confident that this site will continue producing work I will want to read, and a look at qytdvbzz extended that confidence into the future, projecting forward from current quality to expected future quality is something I do for sites I genuinely follow and this one has earned that forward looking trust clearly today.


  แสดงความคิดเห็น

0 ชั่วโมง 15 นาที ที่แล้ว

A piece that respected the reader by not over explaining the obvious, and a look at violetharbormerchantgallery continued that calibrated approach, finding the right level of explanation is one of the harder editorial calls and this site has clearly thought carefully about what readers will already know versus what they need help with consistently.


  แสดงความคิดเห็น

0 ชั่วโมง 16 นาที ที่แล้ว

Worth flagging this post as worth a careful read rather than a casual skim, and a stop at skifftornado earned the same careful approach, the few sites that warrant slower reading are sites I now treat differently from the daily content stream and this one has clearly moved into that elevated treatment category.


  แสดงความคิดเห็น

0 ชั่วโมง 39 นาที ที่แล้ว

bitcoin dark web https://sites.google.com/view/darknet-shop darknet drugs https://sites.google.com/view/dark-market-links


  แสดงความคิดเห็น

0 ชั่วโมง 39 นาที ที่แล้ว

darkmarket list https://sites.google.com/view/darknetlinksshops dark websites https://sites.google.com/view/darkwebsites2026


  แสดงความคิดเห็น

0 ชั่วโมง 39 นาที ที่แล้ว

Bookmark earned and shared the link with one specific person who would care, and a look at kraftgroove got the same targeted share, sharing carefully rather than broadcasting is a discipline I try to maintain and this site is generating shares from me at a sustainable rate rather than the spam rate of viral content.


  แสดงความคิดเห็น